คำชี้แจง "การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในสวัสดิการของข้าราชการ ภายใต้เพดานงบประมาณ โดยใช้เกณฑ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRG)" |
|||||
| 1. ในเดือนเมษายนนี้เริ่มระบบเบิกค่ารักษาแบบใหม่ | |||||
| 1.1 ค่าใช้จ่ายตามสิทธิเกี่ยวกับค่าห้อง/ค่าอาหาร อวัยวะยะเทียมและอุปกรณ์ ได้ 100% ตามที่เคยเบิกได้ | |||||
| 1.2 ค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เหลือ ให้เบิกไปก่อน 80% | |||||
| 1.3 ทั้ง 1.1 และ 1.2 ให้เบิกได้โดยการทำฎีกาโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่กำหนด และเบิกตามวิธีเดิม | |||||
| 1.4 ส่วนที่กันไว้ 20% จาก 1.2 จะรวมกันทั่วประเทศ คำนวณทุก 3 เดือน โดยคิดจากเพดานงบประมาณ และ DRG | |||||
| แล้วจึงจ่ายให้กับ ร.พ | |||||
| 2. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วย หน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองสิทธิเป็นไปตามที่เคยกำหนดไว้ ที่เพิ่มขึ้นจากการทำฎีกา เบิกเดิมที่บังคับไว้คือ | |||||
| - เลขประจำตัวประชาชน ของผู้ป่วย *และ* ผู้มีสิทธิ (ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือผู้มีบำนาญหรือพนักงานของรัฐ | |||||
| สังกัดกระทรวงสาธารณสุข) | |||||
| - ความสัมพันธ์ของผู้มีสิทธิกับผู้ป่วย | |||||
| 3. ข้อมูลประกอบอื่นเช่น การมีสิทธิการรักษาอื่นเช่นประกันสังคมนั้นไม่บังคับ | |||||
| 4. มีการปรับปรุงรายละเอียดการจำแนกค่ารักษาพยาบาลที่ละเอียดขึ้น โดยเพิ่มจาก 8 หมวดเป็น17 หมวด | |||||
| 5. สำหรับข้อมูลการวินิจฉัย(ICD-10) การผ่าตัดและหัตถการ (ICD9-CM) ให้ส่งเป็นข้อมูลประกอบเพื่อใช้ คำนวณค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ | |||||
| ของ DRG และเพื่อกำกับ/ตรวจสอบ ถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่บังคับ แต่ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่จัดทำในกรณีส่งเบิกจากระบบอื่นๆ | |||||
|
|||||
|
|||||
|
|||||
การปรับปรุงวิธีจ่ายใหม่นี้เป็นตามมติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดที่แล้วเมื่อ
ปลายปีพ.ศ. 2543 |
|||||